มานครพนม ชม 3 ที่สุด สุขที่สุด@นครพนม

มานครพนม ชม 3 ที่สุด สุขที่สุด@นครพนม

วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560

พญาศรีสัตตนาคราช #แลนด์มาร์คนครพนม

พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คนครพนม
พญาศรีสัตตนาคราช แลนด์มาร์คนครพนม
ความเชื่อและความศรัทธาของผู้คนในแถบลุ่มน้ำโขงและผู้คนในจังหวัดนครพนม เกี่ยวกับพญานาคมีมาแต่โบราณนานมาจนถึงปัจจุบัน ก่อเกิดเป็นสิ่งมหัศจรรย์คู่ริมฝั่งโขงนครพนม “พญาศรีสัตตนาคราช” แลนด์มาร์คใหม่ของนครพนม
จากแนวความคิดในการสร้างแลนด์มาร์คสถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครพนม เพื่อส่งเสริมสนับสนุนและยกระดับแหล่งท่องเที่ยวของนครพนม ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ ของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม คนที่ 38 นายอนุกูล ตังคณานุกูลชัย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปี 2555 โดยการร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน แหล่งความรู้ทางประวัติศาสตร์และผู้รู้หลายท่าน ได้สรุปออกแบบก่อสร้างเป็นประติมากรรมพญานาคคู่ริมฝั่งโขง โดยองค์พญานาคสร้างขึ้นตามความเชื่อ ความศรัทธาของชาวไทยและชาวลาวที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำโขง ที่มีประวัติและเรื่องเล่ามาตั้งแต่สมัยพุทธกาล ถึงความศักดิ์สิทธิ์และอิทธิฤทธิ์ของพญาศรีสัตตนาคราช ที่คอยดูแลปกปักษ์รักษาผู้คนแถบลุ่มแม่น้ำโขงและพระธาตุพนม โดยต่อมา นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม คนที่ 39 ได้ติดตามการดำเนินการก่อสร้างประติมากรรมรูปปั้นพญานาคอย่างใกล้ชิดและปรับปรุงรูปแบบพร้อมด้วย พล.ต.สนธยา ศรีเจริญ ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกนครพนม ร่วมกับคณะกรรมการพิจารณาให้ได้รูปแบบงดงาม ถูกต้องลักษณะ อันเป็นมงคล และโครงการพัฒนาพื้นที่โดยรอบได้แก่อาคารท่าเทียบเรือ อัฒจันทร์และลานโพธิ์ศรีริมฝั่งโขง ลานกิจกรรมและน้ำพุ โดยมีการออกแบบประติมากรรมรูปปั้นพญาศรีสัตตนาคราช โดยนายภุชงค์ เป็นเอก และได้รับมงคลนาม “พญาศรีสัตตนาคราช” จากพระเทพวรมุณี เจ้าคณะจังหวัดนครพนมและเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร
ซึ่งต่อมา นายสมชาย วิทย์ดำรง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมในปัจจุบัน และคณะกรรมการการดำเนินงาน ได้ติดตามดูแลการก่อสร้างองค์ประติมากรรมพญานาค เป็นลำดับจนสัมฤทธิ์ผลสำเร็จ และได้อัญเชิญรูปหล่อองค์พญาศรีสัตตนาคราช จากโรงหล่อที่ จ.นครปฐม มาถึง จ.นครพนม วันที่ 21 ส.ค. 2559 มีพิธีอัญเชิญพญาศรีสัตตนาคราช 7 เศียร ประดิษฐานบนแท่นฐาน ต่างมีประชาชนทั้งชาวไทย-ลาว เข้าร่วมอย่างล้นหลาม ในวันที่ 28 ส.ค. 2559
 ต่อมาได้จัดให้มีงานสมโภชใหญ่ พิธีบวงสรวงองค์พญาศรีสัตตนาคราช 9 วัน 9 คืน ในวันที่ 9-17 ก.ย. 2559 โดยมีประชาชนผู้สนใจและนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศมาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง โดยภายในงานมีนางรำสาวงามกว่า 400 ชีวิต ในชุดประจำเผ่าต่างๆ ที่มีอยู่ในจังหวัดนครพนม ร่วมกันรำถวายในพิธีบวงสรวง

มานครพนมชม 3 ที่สุด ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด...พระธาตุพนม, สวยที่สุด...สะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน), งามที่สุด...ทิวทัศน์ริมฝั่งโขง และเมื่อมานครพนมครั้งใด ต้องไม่พลาดมาชมและสักการะพญาศรีสัตตนาคราช เพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อและศรัทธาค่ะ

#พญาศรีสัตตนาคราช เป็นพญานาค 7 เศียร พ่นน้ำ ขดลำตัวและหาง หล่อด้วยโลหะทองเหลืองทั้งตัว ขนาดความกว้างรวมหาง 4.49 เมตร สูง 10.90 เมตร ส่วนหางมีน้ำหนัก 4.5 ตัน ส่วนเศียรหนัก 4.5 ตัน น้ำหนักรวม 9 ตัน ประดิษฐานบนแท่นฐานกว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร บนฐานเหล็ก 8 เหลี่ยม ความสูงรวมฐาน 15.90 เมตร หันหน้าออกสู่แม่น้ำโขงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

#แนวความคิดการจัดสร้าง : องค์พญานาคได้ขึ้นมาจากแม่น้ำโขง มีปลายหางอยู่กลางสระน้ำ พร้อมน้ำพุรอบ 8 ทิศ แสดงให้เห็นพญานาคขึ้นมาจากน้ำ และมีซุ้มลำตัวพญานาคเป็นลายโปร่งแสง แสดงถึงการลอกคราบละทิ้งหลุดสิ้นจากกิเลส และมุดไปทางใต้ฐานขึ้นแท่นประดิษฐานเป็นองค์พญานาคศรีสัตตนาคราชที่สง่างาม มีลำตัวขนาด 3 ชั้น แสดงถึงว่าองค์พญานาค เลือกขึ้นมาจากแม่น้ำโขง มาอยู่ดินแดนที่มีความสุขมากที่สุด น่าอยู่ ชูคอและเศียรไปด้านหน้าเพื่อพัฒนานครพนมให้เจริญรุ่งเรืองและคงอยู่คู่กับดินแดนแห่งนี้ตลอดไป

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น