วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2556

เทศกาลท่องเที่ยวปราสาทภูเพ็ก และการแสดงแสง สี เสียงและนาฏกรรมพื้นบ้าน “อรดีมายา...ตำนานปุฮาณปราสาทภูเพ็ก”

ททท. ขอเชิญร่วมเปิดกรุขอมพันปี…  
       นครที่สาปสูญแห่งปราสาทภูเพ็ก จ.สกลนคร
 

      จังหวัดสกลนคร ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ชมรมพยัคฆ์ภูเพ็ก กำหนดจัดเทศกาลท่องเที่ยวปราสาทภูเพ็ก และจัดแสดงแสง สี เสียงและนาฏกรรมพื้นบ้าน “อรดีมายา...ตำนานปุฮาณปราสาทภูเพ็ก” ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 20-21 ธันวาคม 2556 ณ ปราสาทภูเพ็ก ตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณนานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อประชาสัมพันธ์ปราสาทภูเพ็กให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ ที่ให้ความรู้ทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมประเพณี

ปราสาทภูเพ็ก จังหวัดสกลนคร เป็นศาสนสถานสร้างในยุคขอมเรืองอำนาจ ในปลายรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวปี พ.ศ. 1743 – 1763 โดยกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนยอดเขาภูเพ็ก เขตอุทยานแห่งชาติภูพาน สูงจากระดับน้ำทะเล 520 เมตร ถือเป็นปราสาทที่มีความยาวที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน และเป็นปราสาทที่สูงที่สุดในประเทศไทย สูงกว่าปราสาทหินพนมรุ้ง (350 เมตร) และปราสาทนครธม ของกัมพูชา (209 เมตร)  มีบันไดขอมโบราณขึ้นสู่ตัวปราสาท จำนวน 495 ขั้น ถือเป็น  1 ใน 5 ของปราสาทศักดิ์สิทธิ์ของประเทศไทยที่มีความเชื่อโบราณว่าเป็นประตูมิติทางกาลเวลาที่จะสามารถเดินทางไปสู่ดินแดนเทพเจ้า โดยมีรูปร่างเหมือนเขาพระสุเมรุ ตามคติในศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนาที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางของโลกหรือจักรวาล ตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออก เพื่อให้เห็นดวงอาทิตย์อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังค้นพบว่าปราสาทภูเพ็กมีการใช้สุริยะปฏิทิน (ปฏิทินมหาศักราชของขอมโบราณ) เป็นปฏิทินที่ใช้ความรู้ทางดาราศาสตร์เข้ามาช่วยในการคำนวณหาวันสำคัญที่จะประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์จากตำแหน่งของดวงอาทิตย์ที่เคลื่อนที่ไปยังราศีต่างๆ 


ปราสาทภูเพ็กยังมีเรื่องราวเกี่ยวข้องกับตำนานอุรังคนิทาน ซึ่งเป็นเรื่องราวของพระพุทธองค์เสด็จมาพร้อมสาวกเพื่อเผยแพร่พระพุทธศาสนาในดินแดนสุวรรณภูมิ ซึ่งกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย เสด็จมาตรวจราชการที่จังหวัดสกลนคร ได้บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งขันสร้างปราสาทระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิง ไว้ว่าเป็น “ตำนานอุรังคนิทาน ปราสาทอรดีมายา” (เรื่องราวเกี่ยวกับการแข่งกันสร้างปราสาทระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิงให้เสร็จภายในคืนเดียว เพื่อประดิษฐานพระอุรังคธาตุให้สถิตย์เป็นศรีแก่เมือง โดยฝ่ายหญิงนั้นใช้กลอุบายแต่งกายยั่วยวนลวงชายหนุ่มให้หลงไหล จนทำให้ฝ่ายชายสร้างปราสาทไม่สำเร็จ)

นางสาวบุณยานุช  วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม กล่าวว่า  “ปราสาทภูเพ็กเป็นปราสาทที่มีความสำคัญ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ดาราศาสตร์ และความเชื่อ โดยมีความมหัศจรรย์ที่น่าค้นหาอยู่มากมาย จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวได้มาสัมผัส พร้อมร่วมย้อนรอยตำนานขอมที่มีมานานกว่าพันปี ชมการแสดงแสง สี เสียง ที่มีความไพเราะของบทเพลง ความสวยงามของเครื่องแต่งกาย ความตระการตาของฉากที่ผนวกวัฒนธรรมขอมโบราณและวัฒนธรรมล้านช้างเข้าไว้ด้วยกัน ในการแสดงชุด “อรดีมายา...ตำนานปุฮาณปราสาทภูเพ็ก” ในวันที่ 20 ธันวาคม 2556 นอกจากนั้นในวันที่ 21 ธันวาคม 2556 ยังมีกิจกรรมการชมดาวหาง ISON ที่จะขึ้นทางทิศตะวันออกของพระธาตุภูเพ็ก พิธีประพรมน้ำพุทธมนต์ รับวัตถุมงคล ของที่ระลึก และชมปฏิบัติการทางดาราศาสตร์ "ปฏิบัติการกาลิเลโอ" (Operation Galileo) โดยอาจารย์สรรสนธิ บุญโญทยาน  นักพิภพวิทยา และทีมงาน “พยัคฆ์ภูเพ็ก” 

กำหนดการภายในงาน

20 ธันวาคม 2556
08.30 น. ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน
09.09 น. กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชมรมพยัคฆ์ภูเพ็ก
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 น. กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชมรมพยัคฆ์ภูเพ็ก
16.00 น. พร้อมกัน ณ บริเวณลานจอดรถ ทางขึ้นปราสาทภูเพ็ก
16.59 น. เริ่มเคลื่อนขบวนแห่เครื่องบายศรี และเดินขึ้นปราสาทภูเพ็ก
17.59 น. พิธีคารวะดวงวิญญาณกษัตริย์ขอมโบราณและสิ่งสักดิ์สิทธิ์
18.49 น. ประธานกล่าวเปิดงาน
18.59 น. เริ่มการแสดงเเสง สี เสียง
20.30 น. เสร็จสิ้นการเเสดง
20.39 น. พิธีบวงสรวงบูชา พิธีกรรมด้านความเชื่อจิตวิญญาณ และพิธีเทวาภิเษก

*การแต่งกาย : นุ่งขาว ห่มขาว (16.00 น. เป็นต้นไป)

วันที่ 21 ธันวาคม 2556 
04.00 น. ชมดาวหาง ISON ขึ้นทางทิศตะวันออกของพระธาตุภูเพ็ก
06.00 น. พิธีประพรมน้ำพุทธมนต์ รับวัตถุมงคล ของที่ระลึก
07.00 น. ชมปฏิบัติการทางดาราศาสตร์ "ปฏิบัติการกาลิเลโอ" (Operation Galileo)
              (สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ylcsakhon.com)

**************************************



“ปราสาทภูเพ็ก  นครโบราณที่สาบสูญ” 

        จากการสำรวจของชมรมพยัคฆ์ภูเพ็ก พบว่าปราสาทแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างมากมาย เป็นผังเมืองที่ชัดเจน อาทิเช่น ฝายขอมโบราณแห่งเดียวในประเทศไทยที่สร้างอยู่บนภูเขา สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 300 เมตร คาดว่าเป็นฝายที่สร้างสำหรับเก็บน้ำไว้บริโภคอุปโภคของผู้คนในสมัยนั้น มีการเรียงตัวของหินแบบการสร้างฝายอย่างชัดเจน หินที่เป็นส่วนหนึ่งของฝายโบราณมีรากไม้ล้อมรอบ ซึ่งเป็นจุดที่มีความสวยงามแปลกตาและมหัศจรรย์อีกจุดหนึ่ง นอกจากนั้นยังพบแหล่งหินตัดอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเป็นแหล่งใหญ่สุดและหลายแห่ง ที่อยู่บริเวณรายรอบยอดเขาภูเพ็ก และบริเวณรอบเทือกเขาภูพาน ที่มีลักษณะร่องรอยการตัดหินก่อนนำไปก่อสร้างปราสาท 
        
       จากการพิสูจน์หลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อว่าปราสาทนี้สร้างยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งบ่งบอกถึงสาเหตุหรือเรื่องราวในยุคนั้นว่า อาจจะมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์หรือเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการปกครองเกิดขึ้นในยุคนั้น ส่งผลให้ไม่สามารถสร้างต่อจนแล้วเสร็จ ซึ่งปราสาทภูเพ็กนั้นเป็นปราสาทที่ก่อสร้างขึ้นตามความเชื่อของนิกายมหายาน เช่นเดียวกันกับปราสาทหินพิมายและปราสาทบายน และพบว่าจากทิศใต้ของปราสาทภูเพ็กประมาณ 400 กิโลเมตรจะพบปราสาทบายนที่อยู่ในเส้นแวงเดียวกัน จึงมีลักษณะเป็นเส้นตรง และมีปราสาทหินพิมายทำมุมเป็นรูปสามเหลี่ยมอย่างชัดเจน จึงเรียกสามเหลี่ยมนี้ว่า สามเหลี่ยมมหายาน  
 พระธาตุภูเพ็ก เป็นปราสาทขอมขนาดใหญ่ ก่อสร้างด้วยหินทราย เรือนธาตุตั้งอยู่บนฐานยกสูง ตอนหน้าของปราสาทมีฐานหินเป็นก้อนเรียงซ้อน ๆ กัน ยื่นออกคล้ายกากบาท เรียกว่า โคปุระ สูงกว่าฐานของเรือนฐานเล็กน้อย ตัวเรือนธาตุทั้งสี่ด้านย่อมุม ๆ ละ ๕ เหลี่ยม รวมเป็น ๒๐ เหลี่ยม 
ความกว้างของปราสาทโดยรอบกว้างด้านละ ๑๑ เมตร มีชานเป็นพื้นที่กว้างพอสมควร ความสูงจากพื้นดินถึงฐานชั้นที่ ๑ สูง ๑.๕๘ เมตร จากฐานชั้นที่ ๑ ถึงฐานชั้นที่ ๒ สูง .๗๐ เมตร ตัวเรือนปราสาททั้ง ๓ ด้าน คือ ทิศเหนือ ทิศใต้ และทิศตะวันตก 
บริเวณโดยรอบพบสระน้ำโบราณและแหล่งสกัดหินในการสร้างปราสาท หน้าอาคารปราสาทหันไปทางทิศตะวันออกและมีบันไดหินก่อปูนขึ้นบนยอดเขาประมาณ 491 ขั้น ตามตำนานสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นสมัยเดียวกับพระธาตุนารายณ์เจงเวง

การเดินทาง
พระธาตุภูเพ็กห่างจากตัวอำเภอพรรณานิคมประมาณ 31 กิโลเมตร และห่างจากจังหวัดสกลนคร ประมาณ 22 กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข 22 กม.ที่ 139 แยกซ้าย(เมื่อหันหน้าไปทางอุดรธานี)ไปตามทาง รพช.2016 เป็นทางรถยนต์ลาดยางจากถนนเข้าไปตถึงหมู่บ้านภูเพ็ก หรือแต่เดิมเรียกชื่อ บ้านอ่าง ระยะทาง 8 กม.เป็นทางลาดยาง และเป็นระยะทางลาดยางขึ้นภูเพ็ก อีก 4 กม.ซึ่งช่วงนี้เป็นเส้นทางขึ้นภูเขาสูงคดเคี้ยวให้ใช้ความเร็วอย่างระมัดระวัง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและเส้นทางการเดินทางได้ที่
-องค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร (อบจ.สกลนคร) โทร. 042-711773
-องค์การบริหารส่วนตำบลนาหัวบ่อ โทร. 042-746375
-ชมรมพยัคฆ์ภูเพ็ก  โทร. 081-6708624   เว็บไซต์  www.yclsakhon.com
-การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม
โทร. 042-513490-1  E-mail : tatphnom@tat.or.th  (เปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ)

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น