วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555


อิ่มบุญ สุขใจ ไหว้พระ 7 วัด เลียบริมฝั่งโขงนครพนม 

เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบทำบุญไหว้พระค่ะ เมื่อมาเยือนนครพนม ชมบรรยากาศริมสองฝั่งโขง ชมบรรยากาศเมืองเก่า เข้าวัดทำบุญริมฝั่งโขง ซึ่งล้วนแต่เป็นวัดที่ความสำคัญ เก่าแก่และสวยงาม อีกทั้งยังมีความเชื่อและความศรัทธามาแต่ครั้งโบราณนานมาค่ะ


ภาพจิตรกรรมฝาผนังที่แสดงวิถีชีวิตริมฝั่งโขง

เริ่มกันที่วัดแรก วัดโอกาสศรีบัวบาน  วัดคู่บ้านคู่เมืองชาวนครพนม เชื่อกันว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์ มาวัดนี้ก็เราก็ต้องเข้าไปนมัสการพระติ้วพระเทียม พระพุทธรูปคู่แฝด ที่ชาวนครพนมให้ความเคารพบูชาค่ะ ภายในวิหารมีภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องราวพุทธประวัติและวิถีชีวิตของชาวเมืองนครพนมที่สวยงามอย่างมาก  และยังมีเซียมซีให้เสี่ยงทายกันด้วย

พระทอง


เสี่ยงเซียมซีได้คำทำนายใบสวยกันแล้ว เราก็ไปต่อกันที่วัดที่สองเลยค่ะ คือ วัดโพธิ์ศรี ซึ่งประดิษฐานพระทอง พระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครพนม พระพุทธรูปโบราณปางมารวิชัยสกุลช่างล้านช้าง คนโบราณเชื่อว่า เมื่อใครได้มากราบนมัสการทำบุญตักบาตร วัดโพธิ์ศรีแล้ว ชีวิตครอบครัวจะอยู่เย็นเป็นสุข ผู้ที่จะออกเรือนมักมาขอพรให้ ครองรักมั่นขวัญยืน



 มาถึงวัดที่สาม คือ วัดศรีเทพประดิษฐาราม ก่อนเป็นวัดร้าง จนกระทั่งเมื่อ พ.ศ. 2445 พระเทพสิทธาจารย์ หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงปู่จันทร์ เขมิโย”   ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์พระอาจารย์เสาร์  ได้มาบูรณะ เมื่อเดินเข้ามาในวัดนี้เราก็จะรู้สึก ถึงความสงบ ร่มรื่น มีนกพิราบขาวลงมาหากินที่บริเวณลานหญ้าหน้าโบสถ์ด้วยค่ะ 
     ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐานพระพุทธรูปนามว่า “พระแสง” ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามอย่างมาก ภายในยังมีภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงามเต็มทุกด้าน เป็นภาพพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า 108 ภาพ นอกจากนั้นยังมีพิพิธภัณฑ์หลวงปู่จันทร์ ซึ่งมีรูปปั้นเหมือนหลวงปู่จันทร์เท่าตัวจริงค่ะ กราบนมัสการหลวงปู่แล้ว ก็มาถ่ายภาพสวยๆ กับอาคารสีเหลืองอ่อน “ตึกสารภาณนุสรณ์” ที่ได้รับอิทธิพลรูปแบบการก่อสร้างจากฝรั่งเศสช่วงสมัยสงครามอินโดจีน

อุโบสถวัดศรีเทพ



     ออกจากวัดศรีเทพกันแล้ว วัดต่อมาคือ วัดกลาง ค่ะ ตั้งอยู่ริมโขงถนนสุนทรวิจิตร โดดเด่นด้วยพระอุโบสถที่มีศิลปะผสมผสานระหว่างศิลปะล้านช้างและของไทย ภายในประดิษฐานพระองค์ตื้อ ซึ่งคนโบราณมีความเชื่อว่า เมื่อได้มา กราบนมัสการหลวงพ่อองค์ตื้อที่วัดกลาง แล้วจะได้รับความเป็นกลางเป็นธรรม ทำให้ชีวิตครอบครัวตลอดจนการทำมาค้าขายรุ่งเรือง เชื่อกันว่าหากมีของหาย ถูกใส่ความหรือใส่ร้าย เกิดคดีความที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เมื่อไปบนบานสานกล่าวต่อหลวงพ่อองค์ตื้อแล้ว จะได้รับความยุติธรรมเป็นกลางค่ะ

บรรยากาศริมโขง ที่วัดกลาง
           เลาะเลียบริมโขงมาอีกนิด เราก็จะพบกับ วัดมหาธาตุ ซึ่งถือเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นพร้อมเมืองนครพนม เป็นวัดใหญ่ประจำเมือง ประดิษฐานองค์พระธาตุนคร ที่มีอายุกว่า 80 ปีมาแล้ว บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ เชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการจะได้รับอานิสงส์ เสริมบุญบารมีและมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน  ทั้งยังเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันเสาร์ คนไหนที่เกิดวันเสาร์ มาเที่ยวนครพนมแล้ว อย่าลืมมาที่วัดนี้น่ะคะ 

พระธาตุนคร


ซุ้มประตูวัดพระอินทร์แปลง
มาถึงวัดที่หกแล้วค่ะ  วัดพระอินทร์แปลง ภายในพระอุโบสถวัดนี้ ประดิษฐานพระอินทร์แปลง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์สวยงามอย่างมาก เล่าสืบต่อกันมาว่า พระอินทร์ได้แปลงร่างลงมาเป็นชีปะขาว มาสร้างเศียรพระร่วมกับชาวบ้านค่ะ ใครที่ได้มากราบนมัสการทำบุญตักบาตรแล้ว เหมือนได้ไปกราบนมัสการพระอินทร์ด้วยตนเอง ถือเป็นสิริมงคลอย่างยิ่ง ชีวิตครอบครัวจะเจริญรุ่งเรือง ชาวนครพนมนิยมไปบนบานสานกล่าวพระอินทร์แปลง โดยเชื่อว่าจะรับรู้ถึงพระอินทร์ เช่น ของหาย คดีความ เจ็บไข้ได้ป่วย ซึ่งมักจะสำเร็จตามที่บนไว้

            แล้วก็มาถึงวัดที่เจ็ด วัดน้อยโพธิ์คำ  วัดนี้ออกมาไกลจากริมโขงนิดหน่อยค่ะ อยู่ที่บ้านน้อยใต้ บริเวณวัดร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ และมีพระพุทธรูปใหญ่ สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ขนาดหน้าตักกว้าง  ๑๘ เมตร  สูงรวมฐาน  ๔๐ เมตร ชาวนครพนมเรียกพระใหญ่ค่ะ เชื่อกันว่าหากได้มากราบพระใหญ่แล้ว ก็จะได้เป็นใหญ่เป็นโตในหน้าที่การงาน และนิยมมาบนบานสานกล่าวขอให้การเรียนการสอบสำเร็จ และหากใครที่ชอบการปฏิบัติธรรมแล้วละก็ มาร่วมโครงการปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานที่นี่ได้ค่ะ จัดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนธันวาคม 

พระใหญ่ วัดน้อยโพธิ์คำ
          ปี 2555 นี้ หากท่านไหนได้มาเที่ยวนครพนมแล้วล่ะก็ อย่าลืมมาไหว้พระทำบุญริมฝั่งโขงนครพนม เพื่อความเป็นสิริมงคลในปีใหม่นี้กันนะคะ

1 ความคิดเห็น: