วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

“20 แหล่ง เติมความสุข สุขสุดใจ ที่นครพนม”


ฝนที่โปรยปราย ความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้า บ่งบอกถึงกาลแห่งการเริ่มต้นของความอุดมสมบูรณ์ ใน “ฤดูฝน” ฤดูที่ใครต่อใครนึกถึงการนอนนิ่งอยู่ในบ้านมากกว่าสิ่งใด แต่หากรับรู้ได้ว่าเสน่ห์ของการเดินทางท่องเที่ยวหน้าฝน โดยเฉพาะอีสานในยามฝนพรำ ความเขียวชอุ่มที่ปกคลุมทั่วภาคอีสาน เสน่ห์ที่รอท่านมาสัมผัสความเย็นสบายของอากาศ วัฒนธรรม เรื่องเล่า และผู้คนที่แต้มไปด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังได้หลีกหนีความวุ่นวายจากการท่องเที่ยวตามกระแสหลักด้วย 

นางสาวบุณยานุช วรรณยิ่ง ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานนครพนม กล่าวว่า “นครพนม” เมืองริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน อันเป็นที่ตั้งของอดีตอาณาจักรอันเคยรุ่งเรือง นามว่า อาณาจักรศรีโคตรบูร (ศรีโคตรบอง) ในปัจจุบันนับเป็นเมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีทิวทัศน์ที่งดงาม และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นเมืองที่เหมาะอย่างยิ่งในการพักผ่อน พักใจ แม้จะอยู่ไกลสุดเขตชายแดน แต่หากใครได้เข้ามาแล้วระวังจะ “หลงรักนครพนม” แบบไม่รู้ตัว

ททท. สำนักงานนครพนม ได้รวบรวมแหล่งท่องเที่ยวเติมความสุขหน้าฝน ฤดูแห่งความสดชื่นชุ่มช่ำใน 20 สถานที่ “20 แหล่ง เติมความสุข สุขสุดใจ ที่นครพนม” ความสุขเริ่มต้นที่ศรัทธา แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนนครพนม การเดินทาง “ไหว้พระธาตุพนมและพระธาตุประจำวันเกิด ชีวิตรุ่งเรืองตลอดชีวี” รวมถึงแหล่งโบราณสถานสำคัญ เส้นทางศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม ดังนี้ 

1.พระธาตุพนมวรมหาวิหาร 
2.พระธาตุเรณู 
3.พระธาตุศรีคุณ 
4.พระธาตุมหาชัย 
5.พระธาตุมรุกขนคร
6.พระธาตุประสิทธิ์ 
7.พระธาตุท่าอุเทน 
8.พระธาตุนคร 
9.พระธาตุจำปา 
10.วัดโอกาส (ศรีบัวบาน) 
11.วัดศรีเทพประดิษฐาราม 
12.โบสถ์วัดนักบุญอันนา (หนองแสง) 
13.พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการ (หลังเก่า) 
14.ชิล ชิล กับถนนคนเดิน @ นครพนม (ย่านหอนาฬิกาฯ) 
16.เต็มอิ่มกับวิวสองฝั่งโขง (นครพนม – ท่าแขก) “ล่องเรือสำราญ”
17.ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ที่ “หอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี"
18.ย้อนประวัติศาสตร์ ที่ “หมู่บ้านมิตรภาพ ไทย-เวียดนาม บ้านนาจอก” 
19.กินลมชมวิว สูดกลิ่นบรรยากาศบ้านพี่เมืองน้อง ณ “จุดชมวิวใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน)” 
20.ชมเมืองโบราณ แม่น้ำสองสี ที่ปากน้ำไชยบุรี 

ทั้งนี้ ททท.ได้รับความร่วมมืออันดีจากผู้ประกอบการใน จ.นครพนม ร่วมด้วยช่วยเติมความสุข สุขสุดใจที่นครพนม เพียงแสดงแผ่นพับ “20 แหล่ง เติมความสุข สุขสุดใจ ที่ นครพนม” เพื่อรับส่วนลด เมื่อไปใช้บริการที่สถานที่ประกอบการทั้ง 15 แห่ง (ที่ปรากฏในแผ่นพับ) และนำมาแลกรับของที่ระลึก ที่ ททท.สำนักงานนครพนม ซึ่งสามารถขอรับแผ่นพับฯ ได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานใหญ่, สำนักงาน ททท.ภาคอีสานทั้ง 7 แห่ง และสถานประกอบการ จ.นครพนม ทั้ง 15 แห่ง (ภูธารินทร์ รีโซเทล, i-Hotel , ไทลาว รีสอร์ท แอนด์สปา, 777 โฮมเทล, เอ็น พี เรสซิเด้นซ์, เอส พี เรสซิเด้นซ์, โรงแรมพิมพ์ศิริ,โรงแรมเดอะริเวอร์, โรงแรมวิวโขง, โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว, ร้านอาหารเรือนริมน้ำ, ร้านสบายดี@นครพนม, ร้านสามอนงค์, ร้านของฝาก “มันปลา” และบริษัท วินวินสมาย จำกัด ได้ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฏาคม จนถึง 30 กันยายน 2558

ขอกระซิบสักนิด ของที่ระลึกมีจำนวนจำกัดสำหรับ 400 ท่านแรก รีบมาเติมความสุขกันนะคะ 


|| สุขที่สุด @ นครพนม ||

20 แหล่ง เติมความสุข สุขสุดใจ ที่นครพนม”
            “นครพนม” เมืองริมฝั่งแม่น้ำโขงที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน อันเป็นที่ตั้งของอดีตอาณาจักรอันเคยรุ่งเรือง นามว่า อาณาจักรศรีโคตรบูร (ศรีโคตรบอง) ในปัจจุบันนับเป็นเมืองชายแดนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีทิวทัศน์ที่งดงาม และมีความหลากหลายของวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ รวมทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมีพระธาตุพนมเป็นปูชนียสถานคู่บ้านคู่เมือง และยังเป็นเมืองที่เหมาะอย่างยิ่งในการพักผ่อน พักใจ ถึงจะอยู่ไกลสุดเขตชายแดน แต่หากใครได้เข้ามาแล้วระวังจะ “หลงรักนครพนม” แบบไม่รู้ตัว
ความสุขเริ่มต้นที่ศรัทธา แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนนครพนม การเดินทาง “ไหว้พระธาตุพนมและพระธาตุประจำวันเกิด ชีวิตรุ่งเรืองตลอดชีวี” แหล่งโบราณสถานสำคัญ เส้นทางศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม
1.      “พระธาตุพนม” (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 53 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระธาตุพนมวรมาวิหาร อ.ธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และผู้ที่เกิดปีวอก ภายในองค์พระธาตุบรรจุ พระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ และยังมีของมีค่ามากมายนับหมื่นชิ้น โดยเฉพาะฉัตรทองคำบนยอดพระธาตุเป็นฉัตรทองคำที่มี น้ำหนักถึง 110 กิโลกรัม ปัจจุบันองค์พระธาตุมีฐานกว้าง ด้านละ 12.33 เมตร สูง 53.60 เมตร เป็นเจดีย์ทรงสี่เหลี่ยม สูงแลดูสง่างาม พระธาตุพนมไม่เพียงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวนครพนมเท่านั้น พระธาตุพนมยังเป็นที่เคารพของชาวไทยภาคอื่นๆ และชาวลาวอีกด้วย ว่ากันว่าถ้าใครได้มานมัสการ พระธาตุครบ 7 ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” เป็นสิริมงคล แก่ชีวิตและจะมีความเจริญรุ่งเรือง หรือแม้แต่การได้มากราบพระธาตุพนม 1 ครั้ง ก็ถือเป็นมงคลแก่ชีวิตแล้ว งานนมัสการองค์พระธาตุเริ่มตั้งแต่วันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี







2.      “พระธาตุเรณู” (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 52 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)
เรณูนคร เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไทย ซึ่งยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่นไว้เป็นอย่างดีและเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุเรณู อ.เรณูนคร เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันจันทร์ องค์พระธาตุจำลองมาจากองค์พระธาตุพนมองค์เดิม แต่มีขนาดเล็กกว่า สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2461 โดยพระอุปัชฌาย์อินภูมิโย สูง 35 เมตร กว้าง 8.37 เมตร มีซุ้ม ประตู 4 ด้าน ภายในเป็นโพรงบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงินของมีค่าและเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังประดิษฐานพระองค์แสน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำศิลปะแบบลาว ปางสมาธิ พระคู่บ้านของอ.เรณูนคร อานิสงส์ของการนมัสการส่งผลให้มีวรรณะ งดงามผุดผ่องดังแสงจันทร์
3.      “พระธาตุศรีคุณ” (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 78 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.10 ชั่วโมง)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระธาตุศรีคุณ อ.นาแก เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันอังคาร ลักษณะส่วนบนของพระธาตุคล้ายพระธาตุพนม ต่างกันตรงที่ชั้นที่ 1 มี 2 ตอน เป็นรูปสี่เหลี่ยม ประดับลวดลายปูนปั้นและชั้นที่ 2 สั้น กว่าพระธาตุพนม อานิสงส์ของการนมัสการส่งให้เกิดยศศักดิ์ศรี โชคลาภเป็นทวีคูณ
4.      “พระธาตุมหาชัย” (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 38 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก เป็นพระธาตุประจำผู้ที่เกิดวันพุธ องค์พระธาตุสูง 37 เมตร เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันต์สารีริกธาตุ ภายในพระอุโบสถนอกจากพระประธาน คือ พระพุทธไชยสิทธิ์แล้ว ยังมีพระพุทธรูปปางห้ามญาติสลักจากไม้ต้นสะเดาหวานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และภาพเขียนบนฝาผนังอุโบสถแสดงพุทธประวัติ มีลวดลายศิลปกรรมที่ งดงามมากในภาคอีสานและวัดยังเคยเป็นที่จำพรรษาของพระสุนทรธรรมมากร (หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ) พระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนาที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวนครพนม และชาวอีสานทั่วไป อานิสงส์การนมัสการส่งให้ได้ประสบชัยชนะให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์
5.       “พระธาตุมรุกขนคร” (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 38 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 35 นาที)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดมรุกขนคร ต.ดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม เป็นพระธาตุประจำวันพุธ (กลางคืน) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2536 องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูนรูปทรงสี่เหลี่ยม ลักษณะคล้ายพระธาตุพนมแต่เล็กกว่า สูง  50.9 เมตร ฐานกว้างด้านละ 20 เมตร พระธาตุสูง 50.9 เมตร มีความหมายว่าสร้างขึ้นในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และ จุด 9 หมายถึงรัชกาลที่ 9
6.      “พระธาตุประสิทธิ์” (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 93 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี เป็นที่บรรจุพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า อานิสงส์ของการนมัสการส่งให้ เกิดผลสัมฤทธิ์ในการงานก้าวหน้าสมดังประสงค์ และวัดอยู่ในเขตของบ้านท่าเรือ ซึ่งเป็นแหล่งการผลิตและจำหน่าย เครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสาน ได้แก่ พิณ โหวด โดยเฉพาะแคนมาเป็นเวลานาน และยังมีการทอผ้าไหมคุณภาพ ซึ่งศูนย์หัตถกรรมบ้านท่าเรือยังเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกที่ตั้งขึ้นในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2520
7.      “พระธาตุท่าอุเทน”  (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 28 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดพระธาตุท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันศุกร์ องค์พระธาตุก่ออิฐถือปูน เป็นผังรูปสี่เหลี่ยมคล้ายพระธาตุพนม สร้างเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นอุโมงค์บรรจุของมีค่าต่างๆ ชั้นที่ 2 สร้างครอบอุโมงค์ ชั้นที่ 3 คือ เจดีย์องค์ใหญ่สูงประมาณ 15 เมตร พระอาจารย์ศรีทัตถ์เป็นผู้สร้าง เมื่อปี พ.ศ. 2454 พระธาตุนี้เป็นศิลปกรรมและปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งองค์หนึ่ง บรรจุพระธาตุของพระอรหันต์ ซึ่งได้อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง การนมัสการมีอานิสงส์ให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามรุ่งอรุณ ในตัวเมืองของ อ.ท่าอุเทน เป็นเมืองเก่าแก่สังเกตได้จากตัวอาคารบ้านเรือน ทั้งยังมีวัดเก่าแก่มากมาย ซึ่งมีวัดอีกหนึ่งแห่งที่น่าสนใจ ด้วยโบราณสถานที่ตั้งอยู่ภายในวัด คือ วัดโพธิ์ไชย (ตรงข้ามตลาดสดเทศบาลท่าอุเทน) เป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุหินอ่อน เป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่าร้อยปี และได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ด้วยหินอ่อนธรรมชาติครอบธาตุองค์เดิม ตามแบบทุสสเจดีย์บนพรหมโลก แล้วบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระไตรปิฎกและทรัพย์สินเงินทอง (16 ม.ค.2526-5 ม.ค.2528)
8.      “พระธาตุนคร” (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนมประมาณ 1.5 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง ถ.สุนทรวิจิตร อ.เมืองนครพนม เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างประมาณ 5.85 เมตร สูงประมาณ 24 เมตรเชื่อกันว่าผู้ที่มานมัสการพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงส์เสริม บารมีและมีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน
9.      “พระธาตุจำปา” โบราณสถานที่ซุกซ่อนในโพนสวรรค์ (ห่างจากตัวเมืองนครพนม 53 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 50 นาที)
ประดิษฐานอยู่ที่ วัดธาตุจำปา ตั้งอยู่ที่ บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ ก่อสร้างเมื่อประมาณปี พ.ศ.2253  สิ่งก่อสร้างสำคัญที่พบได้แก่ องค์พระธาตุจำปา ก่อสร้างเมื่อ พ.ศ. 2458 ลักษณะสถาปัตยกรรม เป็นธาตุอีสานสมัยรัตนโกสินทร์ ก่ออิฐถือปูน ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส  กว้างยาวด้านละ 4.40 เมตร  สูงประมาณ 20 เมตร  มีกำแพงแก้วล้อมรอบ 2 ชั้น  ทำซุ้มประตูทั้ง 4 ด้าน ได้รับอิทธิพลจากองค์พระธาตุพนม (องค์ก่อนบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2483) พระธาตุจำปาเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญกับชุมชน โดยเฉพาะในเขต อ.โพนสวรรค์  ถือว่าเป็นพระธาตุที่มีความสำคัญและโบราณสถานวัดธาตุจำปา ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ  และกำหนดขอบเขตโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 122 ตอนพิเศษ 69 ง  ลงวันที่ 22 สิงหาคม 2548
10.  “วัดโอกาส (ศรีบัวบาน)” สถานแห่งธรรมอันเป็นที่ตั้งจุดเริ่มต้นเมืองนครพนม (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 350 ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 นาที)
วัดคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณตั้งอยู่ ถ.สุนทรวิจิตรตรงข้าม ด่านท่าเรือนครพนม-คำม่วน อ.เมืองสร้างเมื่อ พ.ศ.1994 ในสมัยที่อาณาจักรศรีโคตรบูรยังเจริญรุ่งเรืองและได้รับพระราชทานวิสุงคาบสีมาเมื่อ พ.ศ.2281บริเวณกลางวัดจะมีหอประดิษฐานพระติ้วกับพระเทียมอยู่คู่กัน พระติ้ว เป็นพระพุทธรูปปางเพชรมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 30 ซม. สูง 60 ซม. สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อ พ.ศ. 1328ส่วนพระเทียม มีลักษณะและขนาดเดียวกับพระติ้ว สร้างในสมัยพระเจ้าขัติยวงศา ปัจจุบันได้นำ พระแทน มาประดิษฐานแทนที่ พระเทียม
11.  “วัดศรีเทพประดิษฐาราม” ศูนย์รวมแห่งจิตศรัทธาศิษยานุศิษย์ของหลวงปู่จันทร์ เขมิโย (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 1.2 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที)
เดิมชื่อว่าวัดศรีคุณเมือง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2402 แต่ก่อนเป็นวัดร้าง กระทั่งเมื่อปีพ.ศ.2445 หลวงปู่จันทร์ เขมิโย (พระเทพสิทธาจารย์) มาบูรณะเมื่อ พ.ศ.2449  แล้วเปลี่ยนชื่อเป็นวัดศรีเทพประดิษฐารามตั้งอยู่ ถ.ศรีเทพ เยื้องโรงเรียนเทศบาล 3 หลังจากหลวงปู่จันทร์มรณภาพ มูลนิธิหลวงปู่จันทร์และสโมสรโรตารี่นครพนมและญาติโยมผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันก่อสร้างพิพิธภัณฑ์หลวงปู่จันทร์ขึ้นเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นเหมือนหลวงปู่จันทร์ และเครื่องอัฐบริขาร   เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังและพุทธศาสนิกชน ได้ศึกษาชีวประวัติพระอริยสงฆ์ของชาวไทยที่ทำคุณประโยชน์คุณูปการแก่ชาว จ.นครพนม และคณะสงฆ์นิกายธรรมยุตนอกจากนี้ภายในโบสถ์มีจิตรกรรมฝาผนัง เป็นภาพพุทธประวัติของพระพุทธเจ้า 108 ภาพ และยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ คือ พระแสง ตำนานเล่าว่าสร้างขึ้นพร้อมกับพระสุก พระเสริม และหลวงพ่อพระใส (วัดโพธิ์ชัย จ.หนองคาย) ส่วนด้านหลังพระอุโบสถเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิหลวงปู่จันทร์ และภาพจิตรกรรมนูนต่ำ ภาพเทพพระยาดาติดฝาผนังที่หาดูได้ยาก
12.  สัญลักษณ์แสดงความเป็นเมืองที่มีคนหลายเชื้อชาติอาศัยอยู่รวมกัน “โบสถ์นักบุญอันนา หนองแสง” (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 1.2 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที)
สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 1926 โดยคุณพ่อเอทัวร์ นำลาภ ตั้งอยู่ริม ถ.สุนทรวิจิตร อ.เมืองนครพนม เป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแปลกตาในช่วงก่อนเทศกาลคริสต์มาส ชุมชนชาวหนองแสงจะร่วมกันประดับประดาโคมไฟรูปดาวและดาวประดับตามอาคารบ้านเรือนของตัวเอง รวมถึงการประดับตกแต่งรถดาวเพื่อร่วมเฉลิมฉลองสรรเสริญพระเจ้าและแห่ร่วมกับชุมชนชาวคริสต์ใกล้เคียง ก่อนจะนำไปร่วมขบวนแห่ที่อัครมณฑลสถานท่าแร่หนองแสง อ.เมือง จ.สกลนคร ในคืนวันที่ 25 ธ.ค. ของทุกปีนอกจากนั้นยังมีอาคารมูลนิธิบาทหลวงเอทัวร์นำลาภ ที่กำลังบูรณะ โดยคงเค้าโครงรูปทรงอาคารภายนอกไว้ซึ่งระบุไว้ว่าสร้างเมื่อปี ค.ศ. 1932 ได้มีการบูรณะมาหลายครั้ง แต่ในครั้งนี้มีแนวทางที่จะจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์
13.  เขาเล่าว่า... อยากรู้เรื่องเล่าเมืองนครพนมต้องที่นี่ “พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการ (หลังเก่า)” (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 1.5 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที)
ตั้งอยู่ใน ถ.สุนทรวิจิตร อ.เมืองนครพนม เป็นสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก ได้รับอิทธิพลการก่อสร้าง จากฝรั่งเศสช่วงสมัยสงครามอินโดจีน มีอายุเก่าแก่มากแต่ภายในจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของจังหวัดนครพนม ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมถึงประเพณีไหลเรือไฟหนึ่งเดียวของประเทศไทยด้วย เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชม วันพุธ-อาทิตย์ (เวลา 09.00 น. -17.00 น.)
14.  ชิล ชิล พักผ่อนหย่อนกาย เดิน ชม ชิม ช๊อป ที่ “ถนนคนเดิน @นครพนม (ย่านหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์)”
ใครมานครพนมในวันศุกร์ และวันเสาร์ ต้องไม่พลาดกับการเดินเล่นถนนคนเดินบนถนนสุนทรวิจิตร โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าด่านตรวจคนเข้าเมืองชั่วคราว – หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ – ร้านอาหารจำปาศักดิ์ ระยะทางประมาณ 800 เมตร นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชาวเมืองนครพนม เลือกซื้อสินค้า เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ อาหาร และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ณ ลานคนเมืองนครพนม มีทุกวันศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น.
15.  สนุกสนานกับการนั่ง “รถรางชมเมืองนครพนม”
เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเติมความสุข กับการนั่งรถรางเลาะเลียบริมโขง City tour นครพนม เส้นทางของรถรางเริ่มจาก (1)โรงแรมเดอะริเวอร์  (2)โรงแรมฟอร์จูน ริเวอร์วิว (3)โรงแรมวิวโขง เลาะเรียบริมโขงนครพนม (4)นมัสการพระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดผู้ที่เกิดวันเสาร์ วัดกลาง วัดโพธิ์ศรี ไหว้พระติ้วพระเทียมพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม และศาลเจ้าพ่อหมื่น ภายในบริเวณวัดโอกาส  เลือกซื้อสินค้าของฝากที่  (5)ตลาดอินโดจีน โดยจะผ่านหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ ที่ชาวเวียดนามได้สร้างขึ้นเมื่อปี 2503 เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ชาวนครพนมชมภาพเก่าเล่าเรื่องเมืองนครพนมที่พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าฯ(หลังเก่า) ถ่ายภาพโบสถ์วัดนักบุญอันนาหนองแสง จุดรับที่ (1) 17.30 น. / (2) 17.35 น. / (3) 17.40 น./ (4) 17.45 น. ค่าบริการขึ้นรถจุดที่ (1) - (4) คนละ 50 บาท และจุดที่ (5) คนละ 20 บาทนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอใช้บริการได้ที่ บริษัท วินวินสมาย จำกัด โทร. 09 8015 0026-7
16.  เต็มอิ่มกับวิวสองฝั่งโขง (นครพนม –  ท่าแขก) ล่องเรือสำราญ”
เป็นกิจกรรมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวสามารถชื่นชม บรรยากาศความงดงามของ 2 ฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งแต่หน้าตลาดอินโดจีนไปทางทิศเหนือ ผ่านหอนาฬิกาฯ ชุมชนเมืองเก่า ชมทิวทัศน์ ทิวเขาฝั่งลาว จนถึงวัดนักบุญอันนา จากนั้นวนกลับเลาะริมฝั่งลาว ผ่านด่าน ตม.ลาว ชุมชนริมโขงเมืองท่าแขก รวมทั้งยังได้สัมผัสวิถีชีวิตคนริมน้ำโขงทั้งสองฝั่ง ในปัจจุบันมีบริการล่องเรือสำราญ 3 ลำ ได้แก่
1. เรือของเทศบาลเมืองนครพนม ท่าเรือตั้งอยู่ เขื่อนริมแม่น้ำโขง หน้าตลาดอินโดจีน ถ.สุนทรวิจิตร เรือออกทุกวัน เวลา 17.00 น.ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าโดยสาร คนละ 50 บาท หรือเหมาลำ1,000 บาท รับผู้โดยสารได้ประมาณ 60 คน ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 0 4251 1535, 08 1392 1251 
2. เรือแม่โขง พาราไดซ์ครุยส์ จุดขึ้นเรือตรงเขื่อนริมแม่น้ำโขง บริเวณลานพนมนาคา ถ.สุนทรวิจิตร ค่าโดยสาร คนละ 200 บาท เรือออกทุกวัน เวลา 18.00 น. ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง  ในเรือมีบริการอาหารเครื่องดื่ม และฟรีคาราโอเกะ  หากต้องการบริการพร้อมอาหาร โดยเริ่มที่ 4 ท่าน (4-50 ท่าน@500 บาท /ท่าน, 51-100 ท่าน@450บาท /ท่าน, 100 คนขึ้นไป @400บาท /ท่านเด็กต่ำกว่า 12 ปี ครึ่งราคา) มีระบบความปลอดภัยมาตรฐานกรมเจ่าท่า เรือโดยสาร ได้ 150 คน ประกันอุบัติเหตุ พร้อมเสื้อชูชีพ 300 ตัว และเซปตี้แท็งก์ในห้องเรือ พร้อมระบบบำบัดน้ำเสียป้องกันมลภาวะติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.042512551, 081380 4673
3.ริเวอร์ครุซ มีด้วยกัน 2 รอบ รอบเช้า 06.00 น. รอบเย็น 17.00 น. เส้นทางล่องเรือรอบเช้า คือ (จุดลงเรือ1) โรงแรมเดอะริเวอร์–(จุดลงเรือ2) ท่าเรือหน้าวัดมหาธาตุ – วัดโอกาส – หอนาฬิกาฯ และเส้นทางล่องเรือรอบเย็น คือ (จุดลงเรือ1) โรงแรมเดอะริเวอร์–(จุดลงเรือ2) ท่าเรือหน้าวัดมหาธาตุ – พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการ (หลังเก่า) – วัดนักบุญอันนา ค่าโดยสาร ผู้ใหญ่ คนละ100 บาท เด็ก (อายุ 4 – 11 ปี) คนละ 50 บาท ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร. 09 8015 0026-7 (เริ่มให้บริการ 15 ส.ค.58)
17.  ชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และเรื่องราวของชนเผ่าพื้นเมืองนครพนม ที่ “หอเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี” (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 7 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 นาที)
ตั้งอยู่ที่ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับความเป็นมาของพระราชวงศ์จักรี นิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดนครพนม อาคารแห่งนี้มี 2 ชั้น ชั้นละ 3 โซน เนื้อหาภายในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระราชวงศ์จักรี ประกอบไปด้วยพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ภาพวาดสีน้ำมันของ 9 รัชกาล พร้อมพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจแต่ละรัชกาลในรูปเล่มหนังสือ ศูนย์ศึกษาอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง มหาวิทยาลัยนครพนมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ ที่เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวนิทรรศการจัดแสดงเรื่องราวและประวัติความเป็นมาของแต่ละชนเผ่าพื้นเมืองจังหวัดนครพนม 8 เผ่า 2 เชื้อชาติ รวมถึงผ้าทอพื้นเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 22 จังหวัดนครพนม โทร. 0 42513973
18.  ย้อนประวัติศาสตร์การเดินทางของลุงโฮ ที่ “หมู่บ้านมิตรภาพ ไทย-เวียดนาม บ้านนาจอก” (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 5 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 นาที)
บ้านนาจอก ตั้งอยู่ที่ 32 หมู่ 5 บ้านหนองญาติ ต.หนองญาติ ห่างจากตัวเมืองนครพนม 5 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่นายโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ได้เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แห่งราชอาณาจักรไทย เพื่อกอบกู้เอกราชของเวียดนาม ระหว่าง ปี พ.ศ. 2467-2474 หมู่บ้านนี้จะปลูกต้นไม้รอบบ้านอย่างร่มรื่น เช่น ต้นหมาก พลู กล้วย ใบชาและมะเฟือง ติดต่อสอบถามโทร. 0 4252 2430 นอกจากนี้ยังมี “พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพ ไทย-เวียดนาม” จัดนิทรรศการการแสดงประวัติการทำงานและการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ของท่านโฮจิมินห์ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสชีวิตของชุมชนชาวไทยเชื้อสายเวียดนามได้ที่  “นาจอกโฮมสเตย์” ติดต่อสอบถาม นางสมจิตร อรรถวรวินิจ โทร. 08 9713 0261
19.  กินลมชมวิว สูดกลิ่นบรรยากาศบ้านพี่เมืองน้อง ณ “จุดชมวิวใต้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน)” (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 11 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที)
ตั้งอยู่ บ้านห้อม ต.อาจสามารถ ห่างจากตัวเมือง 11 กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามบ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว สะพานยาว 1,423 เมตรเป็นดั่งประตูเมืองที่จะแสดงให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น ซึ่งอาคารฝั่งไทยได้อัญเชิญสัญลักษณ์พระธาตุพนม มาประดิษฐานไว้ส่วนบนสุดของอาคารสะท้อนเอกลักษณ์พื้นถิ่นซึ่งมีลักษณะ เป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านช้าง บริเวณใต้สะพานยังเป็นที่พัก ผ่อนและจุดชมทิวทัศน์ทิวเขาฝั่งลาว
20.  ชมเมืองโบราณ แม่น้ำสองสี ที่ “ปากน้ำไชยบุรี” (ห่างจากใจกลางเมืองนครพนม 47 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)
บ้านไชยบุรี ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่นักท่องเที่ยวสามารถปั่นจักรยานชมเมือง “วันเดียวเที่ยว 7 วัด” เส้นทางเริ่มจาก วัดศรีสุนันทามหาอาราม วัดมหาอุตมะนันทะอาราม วัดศรีบุญเรือง วัดยอดแก้ว วัดป่านิเวศน์ แวะชื่นชมพระบารมีตามรอยเสด็จ พระราชดำเนินทรงเยี่ยมค่ายตำรวจตระเวนชายแดน (หมวดมวลชนสัมพันธ์) ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ ชมบ่อน้ำโบราณอายุกว่า 100 ปี ต่อด้วยวัดโพธิ์ชัยสิ้นสุดที่วัดไตรภูมิ รวมถึงจุดสำคัญของปากน้ำไชยบุรี คือ จุดชมวิวแม่น้ำสองสี ซึ่งเป็นการไหลมาบรรจบกับระหว่างแม่น้ำสงครามกับแม่น้ำโขง  ณ ปากน้ำไชยบุรี หรือจะท่องเที่ยวแบบสัมผัสวิถีชุมชนไปกับการล่องเรือแม่น้ำโขง ชมการจับปลาและเลือกซื้อสินค้าโอท็อปของชุมชน เช่น ส้มปลาชะโด ปลายอ หนังปลาทอด หรือท่านใดไม่มีรถจักรยานทางชุมชุนมีบริการจักรยานให้เช่า ติดต่อสอบถามได้ที่ ร้านกาแฟโบราณบ้านไม้ โทร. 08 9275 8673 หรือคุณพิชัย เสนจันทร์ฒิไชย โทร. 08 1974 1830


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครพนม โทร 042-513490-1 
เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. 
โทร 042 513 490-1 E-mail: tatphnom@tat.or.thwww.facebook.com/TatNakhonphanom